การปล้น เงินธนาคาร 300 ล้านเยน ด้วยตัวคนเดียว!

0 Comments

เราอาจเคยเห็น การปล้น ธนาคารหรือปล้นรถขนเงิน บ่อยครั้งในการ์ตูน วรรณกรรม และภาพยนตร์สืบสวนสอบสวนญี่ปุ่น บ้างก็สามารถปล้นเงินได้สำเร็จ แต่ส่วนใหญ่มักจะโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบตัวได้คาที่หรือตามจับกันได้ภายหลัง

ทว่าชายหนุ่มคนหนึ่งกลับสร้างประวัติศาสตร์สุดยิ่งใหญ่ในญี่ปุ่นยุค 60 ด้วย การปล้น เงินราว 300 ล้านเยน แล้วหนีไปโดยไม่มีใครสามารถตามจับได้

เหตุการณ์เกิดขึ้นในวันที่ 10 ธันวาคม 1968 ในนครโตเกียว ขณะที่รถขนเงินของธนาคารนิปปอนทรัสต์ (Nippon Trust Bank) สาขาโคกูบุนจิ พนักงานทั้งหมดจำนวน 4 คน นำเงินสดเต็มคันรถออกจากธนาคาร ขณะที่รถกำลังแล่นอยู่กลางถนน เหตุการณ์รอบตัวดูเหมือนจะปกติ แต่กลับมีชายคนหนึ่งแต่งกายคล้ายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า CB750 ที่ตำรวจใช้ตีขนาบพร้อมบอกให้คนขับค่อย ๆ ชะลอความเร็ว และอย่าตื่นตระหนกหรือเบรกกะทันหัน สร้างความงงงวยให้กับเจ้าหน้าที่ธนาคารที่อยู่บนรถเป็นอย่างมาก

Honda CB750K

หลังคนขับตบไฟเลี้ยวนำรถขนเงินจอดเข้าข้างทาง คนขับรถก็ลงมาคุยกับชายแปลกหน้าที่เขาคิดว่าเป็นตำรวจเพื่อถามว่าเกิดอะไรขึ้น ชายคล้ายตำรวจได้แจ้งกับพนักงานว่าตัวเองได้รับรายงานว่า “รถขนเงินคันนี้ไม่ได้กำลังขนแค่เงินสด แต่ยังขนระเบิดเวลาติดมาด้วย”

หากชายต้องสงสัยเอ่ยปากแบบลมๆแล้งๆ อาจไม่ทำให้พนักงานทั้ง 4 คน เชื่อสนิทใจได้ อย่างไรก็ตาม ชายคนดังกล่าวรีบตะโกนต่อว่า “ไม่รู้เหรอว่าก่อนหน้านี้ทางธนาคารนิปปอนทรัสต์ได้รับจดหมายข่มขู่หลายครั้ง อีกทั้งบ้านพักของผู้จัดการธนาคารสาขาที่ขนเงินออกมาก็เคยถูกวางระเบิด”

ยังไม่ทันที่พนักงานทั้ง 4 ได้นึกคิดอยู่ ๆ ก็มีกลุ่มควันลอยออกมาจากใต้ท้องรถเมื่อเห็นสิ่งที่ทำให้เกิดควันเขาก็มีท่าทีตื่นตระหนก ใบหน้าซีดเผือด เขาลุกลี้ลุกลนอยู่ตรงพื้น ล้มลุกคลุกคลานแล้วค่อยยืนขึ้นเพื่อตะโกนบอกกับพนักงานธนาคารที่เหลือว่า “ระเบิด! มีระเบิดอยู่ใต้นี้!”

พวกเขารีบวิ่งหนีให้ไกลจากตัวรถให้มากที่สุดเท่าที่จะไกลได้เพื่อรักษาชีวิตตัวเอง โดยไม่ทันได้ดูว่ามีใครกำลังแอบยิ้มอยู่

December 10, 1968: The Greatest Bank Heist in Japanese History, the  Perpetrator Was Never Found to This Day ~ Vintage Everyday

ระหว่างที่กำลังวิ่งหนีสุดชีวิต ชายแต่งกายคล้ายตำรวจที่ตะโกนว่ามีระเบิดอยู่ใต้ท้องรถ ก็โยนข้าวของจำนวนมากที่พกมาด้วยไว้บนพื้น ก่อนจะรีบเปิดประตูรถขนเงิน แล้วเหยียบคันเร่งสุดชีวิตหนีไปต่อหน้าต่อตาพนักงานธนาคารทั้ง 4 คน รถขนเงินที่มีเงินสดเกือบ 300 ล้านเยน อัดแน่นอยู่เต็มหลังรถถูกขโมยหายไปโดยชายเพียงคนเดียว เหลือทิ้งไว้เพียงมอเตอร์ไซค์ที่ถูกปรับแต่งให้คล้ายกับรถที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกับข้าวของไร้สาระกองเต็มถนนไว้ดูต่างหน้า

พนักงานธนาคารเมื่อรู้ว่าถูกแหกตาครั้งใหญ่จึงรีบโทรแจ้งตำรวจ หน่วยสืบสวนเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุก็ต้องพบกับภาพชวนสงสัย เมื่อบนถนนเต็มไปด้วยหลักฐานกว่า 120 ชิ้น เป็นสิ่งของไร้สาระ ข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน และสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ โดยคาดว่าหัวขโมยโปรยทิ้งไว้ก่อนจะขับรถขนเงินหนีไปเพราะต้องการใช้หลักฐานกว่าร้อยชิ้นสร้างความสับสนให้กับตำรวจ และช่วยถ่วงเวลาให้เขาหนีไปได้นานขึ้น

Japan 300 Million Yen Robbery Case | by AlienWriter👽 | The Crime Scene |  May, 2021 | Medium

ภายหลังรถขนเงินถูกขโมย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ (ตัวจริง) ได้สอบสวนเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด จากการตรวจสอบจำนวนเงินที่ถูกขโมยพบว่าเงินที่อยู่ในรถทั้งหมดมีมูลค่า 294,307,500 เยน หากใช้อัตราแลกเปลี่ยนจากเงินเยนเป็นดอลลาร์ในปี 1968 อยู่ 817,520 ดอลลาร์ หรือราว ๆ 25.5 ล้านบาท

เงินจำนวนมหาศาลสร้างชื่อเสียงให้กับคดีนี้ ข่าวญี่ปุ่นทุกสำนักต่างตีข่าวการขโมยที่แสนจะหวานหอมและชาญฉลาด ซึ่งการถูกสื่อจับจ้องก็ถือเป็นการกดดันเจ้าหน้าที่สืบสวนให้เร่งทำงานอย่างเต็มที่เพื่อตามหาหัวขโมยตัวแสบให้ได้

เจ้าหน้าที่สืบสวนได้แถลงกับสื่อว่าคดีสุดฉาวครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนทำงานมากกว่า 170,000 คน ได้ส่งภาพผู้ต้องสงสัยกว่า 780,000 ภาพ ส่งไปทั่วเกาะญี่ปุ่น และมีรายชื่อผู้ต้องสงสัยเข้าข่ายมากกว่า 110,000 รายชื่อ ซึ่งการใช้เจ้าหน้าที่นับแสนคนเพื่อคดีเดียวก็ถือเป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ และทำให้การปล้นเงิน 300 ล้านเยนครั้งนี้ กลายเป็นคดีอาชญากรรมที่ใช้ทีมสืบส่วนใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น

TMACTION — Zunou Keisatsu Jyuu wo Tore The cover refers to...

12 ธันวาคม 1969 เจ้าหน้าที่ได้จับกุมชายต้องสงสัยวัย 26 ปีมาสอบสวน ชื่อของเขาคือ ไมนิจิ ชิมบุน (Mainichi Shimbun) ทว่าเขาก็ต้องถูกปล่อยตัวภายหลังเพราะในเวลาที่เกิดการปล้น นายชิมบุนกำลังเข้ารับการตรวจร่างกายอยู่ในโรงพยาบาล จึงทำให้เข้ามาหลักฐานพยานแน่นหนา ต่อมาไม่นานเจ้าหน้าที่จับกุมชายต้องสงสัยอีกคนได้ คราวนี้เป็นเด็กวัย 19 ปี พ่อเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่สุดท้ายก็ต้องคว้าน้ำเหลวเมื่อเด็กชายเครียดจัดจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย ไม่นานหลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ข้อพิสูจน์ว่าเขาบริสุทธิ์ ความตายของเด็กที่ไม่รู้เรื่องส่งให้สื่อและประชาชนวิจารณ์การทำงานของตำรวจอย่างเผ็ดร้อน

อย่างไรก็ตาม ทฤษฎีที่ว่าหัวขโมยต้องเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเป็นข้อสันนิษฐานหลักที่น่าเชื่อถือ ศาสตราจารย์วาตานาเบะ มาโคโตะ (Watanabe Makoto) จากมหาวิทยาลัย Hokkaido Bunkyo กล่าวว่า “ผู้ก่อเหตุจะต้องเป็นลูกชายของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือคนใกล้ชิด เพราะเขารู้ถึงขั้นตอนการขอตรวจรถของตำรวจ มีเครื่องแต่งกายที่หลอกตาคน และรู้ว่าจะต้องแต่งรถมอเตอร์ไซค์อย่างไรให้เหมือนต้นแบบ”

December 10, 1968: The Greatest Bank Heist in Japanese History, the  Perpetrator Was Never Found to This Day | Vintage News Daily

15 พฤศจิกายน 1975 หลังเกิดเหตุนาน 7 ปี เจ้าหน้าที่จับผู้ต้องสงสัยได้อีกคน เป็นเด็กหนุ่มที่รวยแบบผิดปกติ เป็นเพราะอยู่ ๆ เจ้าหน้าที่ธนาคารสังเกตเห็นความผิดปกติของยอดเงินในบัญชีที่พุ่งสูงขึ้นจนน่าตกใจ เขาจึงกลายเป็นอีกหนึ่งถูกต้องสงสัย เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจขอคำอธิบายถึงเงินจำนวนมากในบัญชี เขาก็ปิดปากเงียบไม่ยอมพูดอะไร และสิ่งที่ชวนปวดหัวมากที่สุดคือทางทีมสอบสวนก็ไม่สามารถแกะรอยได้ว่าเงินจำนวนมากนี้มาจากไหน ได้จากการเล่นพนัน เล่นหุ้น ขายของผิดกฎหมาย หรือว่าปล้นรถขนเงินมากันแน่

คดีปล้นรถขนเงิน 300 ล้านเยน ยืดเยื้อมานานกว่า 7 ปี แต่ละช่วงเวลาเจ้าหน้าที่ก็สามารถตามจับถูกต้องสงสัยมาสอบสวน แต่ก็ไม่สามารถหาตัวคนร้ายได้สักที จนอายุความเดินมาถึงจุดสิ้นสุดเมื่อปี 1988 ท้ายที่สุดผู้ร้ายก็ไม่ถูกจับ เงินหลักร้อยล้านถูกปลดเปลื้องหนี้สินทางแพ่ง

Japanese Yen (JPY) - Overview, History, Post-Crisis

สิ่งที่แสบทรวงที่สุดของคดีนี้คือ นายตำรวจตัวปลอมคนนั้นสามารถเอาวีรกรรมของตัวเองไปเที่ยวเล่าให้ใครต่อใครฟังได้โดยไม่ถูกจับอีกด้วย แต่จนถึงทุกวันนี้ก็ไม่มีใครเคยได้ยินว่าจะมีชายคนไหนมาเคลมว่าวีรกรรมการปล้นสุดง่ายยิ่งกว่าปลอกกล้วยเข้าปากเป็นฝีมือเขาเลย ถึงมีพวกแอบอ้าง พอถูกถามว่าเงินไปไหนหมดก็เฉไฉไม่น่าเชื่อถือเท่าไหร่ และตำนานการปล้นสุดฉาวที่สร้างความอับอายให้กับตำรวจญี่ปุ่นก็จะยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำคู่ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นตลอดไป